Mystique ตอนที่เก้า
“...ย....ยุนโฮ…อ...อย่า...” เสียงผ่านทางลำคอเพียงเท่านั้น
ถึงปากจะบอกให้หยุด แต่ในใจเค้าไม่ได้คิดแบบนั้น
ไม่อยากปฏิเสธความรู้สึกของตัวเอง ความรู้สึกแบบนี้ มันเรียกว่าอะไรกันนะ?
……………………………………………………………………
ถึงแม้ร่างบางจะร้องห้ามออกมา….แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันคงสายเกินไปแล้ว
ร่างสูงซุกไซ้ไปตามซอกคอขาวขบเม้มติ่งหูเบาๆ เพื่อเรียกอารมณ์ร่างบางให้ร้อนยิ่งกว่าเดิม
น่าแปลก ทำไมถึงไม่นึกรังเกียจสัมผัสจากคน ๆ นี้นะ…
แจจุงที่เคลิมตามรสสัมผัสนั้นคิดด้วยสติที่มีเพียงลางเลือนถึงแม้ปากจะร้องห้าม แต่การกระทำมัน……ตรงกันข้าม…..ไม่ขัดขืน
ริมฝีปากอุ่นค่อยๆ ลากผ่านลำคอระหงส์เรื่อยต่ำลงมา จากต้นคอสู่ไหล่ลาด ร่างทั้งร่างรู้สึกถึงความรู้สึกเสียววาบ แผ่ซ่านไปทั่วจนร่างบางต้องกัดริมฝีปากห้ามมันเอาไว้โดยไม่รู้ตัว แจจุงรู้สึกถึงความอุ่นของกลีบปากนุ่มที่ขบจูบอยู่บนร่าง เวลานี้มันลงต่ำอยู่ตำแหน่งช่วงอกปลายลิ้นซุกซนหยอกล้อกับหน้าอกสีชมพูนั้นอย่างเมามัน กระหวัดหยอกล้อจนคนร่างบางถึงกับปล่อยเสียงครางออกมาอย่างเกินจะระงับไว้
“ อืม.. ” ร่างบางครางเสียงหวานเร่งเร้าอารมณ์ของร่างสูงได้เป็นอย่างดีเมื่อถูกขบเม้มอกสวย แต่แล้วเมื่อมือแกร่งเลื่อนลงต่ำกว่านั้น เพื่อลูบไล้แก่นกายที่กำลังเริ่งแข็งตัว
“ อ๊ะ ไม่! ตรงนั้น...ไม่! ไม่เอา ” ร่างบางดิ้นเมื่อส่วนที่ไวต่อสัมผัสถูกแตะต้อง แม้จะปรารถนาขนาดไหนก็ตามแต่จิตใต้สำนึกก็สั่งให้ขัดขืน มือสวยปัดมือของยุนโฮออกไปจากแก่นกลางของตัวเอง พลางคว้าผ้าห่มที่กองอยู่หมิ่นเหม่เกือบจะตกเตียงมาบังร่างกายเอาไว้
“ทำไม? ไม่ชอบ? เอ..ไม่น่าใช่...เห็นนายออกจะตอบรับดีนี่ ” ยุนโฮหยุดการกระทำ ยิ้มเยาะที่มุมปาก ก่อนที่จะโน้มตัวเข้าหาอีกฝ่าย แล้วจัดการกระชากผ้าห่มออกแล้วเหวี่ยงไปให้ไกล
“ไม่!! อย่าเข้ามานะโว้ย!” แจจุงหลับตาปี๋เมื่อยุนโฮเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าแดงก่ำเพราะความเขินอายหรือความโกรธก็ไม่ทราบได้
ไม่ฟังคำทัดทานร่างสูงเลื่อนมือไปจับแก่นกายพลางเอ่ยถามขณะที่มือเริ่มขยับขึ้นลงช้าๆ ค่อยๆ ชักนำอารมณ์ให้พุ่งสูงขึ้น
“รู้สึกดีใช่มั้ย?”
“ไม่! ชั้น...อือ...อ๊า!” ร่างบางบิดเกร็งเมื่อร่างสูงหยุดการปฏิเสธเขาเสียด้วยริมฝีปากที่เข้าครอบครองส่วนนั้นเข้าไป ความร้อนจากเรียวปากทำให้อารมณ์ของแจจุงกระเจิดกระเจิงได้ในพริบตา ยิ่งสัมผัสที่รู้ชั้นเชิงจากลิ้นอุ่นชื้นและมือที่ลูบไล้ร่างกายของแจจุง ทำให้ร่างบางเริ่มรู้สึกหวั่นใจมากขึ้นอีกครั้งแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากส่งเสียงครางตอบรับการกระทำอย่างเสียไม่ได้
“เร็วจัง” ยุนโฮแกล้งแหย่เมื่อร่างบางปลดปล่อยความต้องการออกมา ก่อนที่จะกลืนกินน้ำรักที่เปรอะอยู่ทั่วต้นขา “อยากลองกินของตัวเองดูไหม?” ไม่พูดเปล่า ร่างสูงขึ้นไปประกบจูบ เพื่อส่งผ่านของเหลวสีขุ่นข้นลิ้นร้ายช่วยดุนของเหลวให้ผ่านเข้าไปในลำคอก่อนจะผละออกมามองร่างบางที่นอนระทวยอยู่บนเตียง ดวงตาปรือปรอยของร่างบางที่ส่งมามันกระตุ้นอารมณ์เค้าได้เป็นอย่างดี
ยังไม่ทันที่จะได้หยุดพักให้หายตกใจ มือแกร่งช้อนเข้าใต้เรียวขาข้างหนึ่งแล้วดันขึ้นจนเข่าแทบจะชนกับแผ่นอก มาถึงขั้นนี้แจจุงรู้ดีว่าคงยากที่จะหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปจากนี้ได้แน่ๆ จึงรวบรวมสติใช้ขาอีกข้างที่ไม่ได้ถูกจับไว้ ถีบเข้าไปที่ท้องของยุนโฮอย่างจัง ร่างสูงทรุดตัวลงกุมท้องตัวเองด้วยใบหน้าเหยเก แจจุงหันรีหันขวาง เขาต้องหนีออกไปจากที่นี่ให้ได้ แต่เพียงแค่ขากำลังจะก้าวพ้นจากเตียง มือแกร่งก็จับเข้าที่ข้อเท้าทำให้ร่างบางสูญเสียการทรงตัว ใบหน้าสวยฟาดเข้ากับหัวเตียงเต็มแรงจนเกิดเป็นรอยช้ำสีแดงจางๆ ขึ้นมาบริเวณใบหน้าซีกขวา
“ โอ้ย!!! ” เสียงร้องของแจจุงดังลั่นมือกุมที่ใบหน้าด้วยความเจ็บปวด ผิดกับร่างสูงที่มองกลับมาด้วยสายตาที่ขุ่นมัว “ฤทธิ์มากนักใช่ไหม?” กระชากขาร่างบางให้มาอยู่ใต้ร่างมือหนึ่งรวบแขนทั้งสองเอาไว้เหนือศรีษะ มืออีกข้างควาญหาเข็มขัดที่ถูกถอดทิ้งกองไว้ข้างเตียงเมื่อคืน เพื่อพันธนาการมือของร่างบางเอาไว้ไม่ให้ออกฤทธิ์ไปมากกว่านี้
“หึๆ เจ็บไหมหล่ะที่รัก ” มือแกร่งลูบใบหน้าข้างที่ถูกกระแทกของแจจุง
“นายทำตัวเองเองนะ จะโทษชั้นไม่ได้!!.....ว่าแต่…..นายจะต้องชดใช้ที่ถีบชั้นเมื่อกี๊…แจจุง!! ” ยุนโฮพูดอย่าโมโห เค้าทนกับร่างบางนี้มามากเกินพอแล้ว ผู้ชายอย่างเค้า อยากได้อะไรก็ต้องได้ ไม่เคยมีใครหน้าไหนกล้าขัดใจเค้า แต่นี่อะไร หมอนี่เป็นใครกัน บังอาจมาขัดใจเค้าตั้งหลายครั้งหลายครา หึ!!! นายเสร็จแน่!!
แจจุงดิ้นพราด แม้มือจะถูกมัดเอาไว้ก็ตามแต่ส่วนที่ไม่ได้โดนพันธนาการไว้เล่า กลับขยับเต็มที่ หมายที่จะทำร้ายร่างสูง ยุนโฮซึ่งความอดทนถึงขีดสุดแล้วนั้น ลงกำปั้นเข้าไปยังท้องของร่างบางอย่างเต็มแรง ร่างบางแน่นิ่งไม่ไหวติดด้วยความเจ็บและจุก น้ำตาซึมจากการกระทำเมื่อครู่
ไม่ทันได้ตั้งตัวมือแกร่งช้อนเรียวขาข้างหนึ่งยันขึ้นอีกครั้งก่อนที่เอาขาอีกข้างพาดไว้กับไหล่กว้างตาม เพียงครู่สั้นๆ ต่อมาร่างบาง ก็สะดุ้งจนตัวโยน ส่งเสียงครางที่ปะปนไปด้วยอารมณ์ต่างๆ มากมาย
“อ๊ะ!…ไม่! เจ็บ! ไม่! อย่า! ปล่อยชั้น! ไม่เอา! เอาออกไป! ได้โปรด” แจจุงมองเห็นมือที่กำลังขยับหยอกล้ออยู่บริเวณช่องทางที่กำลังรู้สึกถึงการรุกราน เรียวนิ้วที่ดันแทรกเข้ามาทำให้รู้สึกเจ็บจนน้ำตาซึม เพราะไม่ใช่เพียงแค่นิ้วเดียว แต่ร่างสูงกลับใช้ถึงสามนิ้วดันเข้ามาทีเดียวโดยไม่ได้มีการเล้าโลมใดๆ ช่องทางที่คับแน่นที่ฝืดเคืองตอนรัดนิ้วเรียวเป็นจังหวะ ชวนให้จินตนาการว่าหากสอดใส่ส่วนนั้นเข้าไปจะให้ความรู้สึกที่ดีขนาดไหนกันนะ
“นิ่งๆ น่าที่รัก ในนี้มีจุดที่ทำให้รู้สึกดี...เดี๋ยวนายก็จะชอบ...” นิ้วทั้งสามขยับเข้าออกรุนแรงราวกับจะหาอะไรบางอย่าง
“ไม่...หยุดเดี๋ยวนี้นะ!! ...อ๊ะ! อะ...” เสียงครางขอร้องกระตุกหยุดก่อนกลายเป็นเสียงที่คล้ายกับตกใจ
“เจอแล้ว...เห็นมั้ย?” “ไม่ หยุดนะ…อือ” ร่างสูงขยับมือช้าๆ จงใจให้กระทบกับบริเวณที่อีกฝ่ายร้องห้ามจนอารมณ์ของเด็กหนุ่มถูกเรียกเร้าขึ้นมาอีกครา
“ต่อไปก็ของจริงแล้ว” ชายหนุ่มพูดกับตัวเองเบาๆ ถอนนิ้วออกก่อนยกขาทั้งสองให้พาดกับบ่า มือแกร่งจับแก่นกลางของตัวเอง จ่อเข้าทางเข้าที่ถูกล่วงล้ำเมื่อครู่
“อย่าเกร็งหล่ะ”
“อะ... มะ..ไม่!!!” แจจุงคงดิ้นพร่านเป็นแน่หากไม่ถูกจับเอาไว้อย่างแน่นหนาเช่นนั้น เพียงส่วนปลายที่ถูกสอดแทรกเข้า
“อือ...จะเกร็งหรือจะต้านยังไงก็ตามใจนายแล้วกัน...แต่คนเจ็บจะเป็นใครนายก็รู้ดี”
“ อย่าทำอย่างนี้….ขอร้อง… ” ดวงตาคู่สวยหลับตาลงใบหน้านองไปด้วยน้ำตา…น่าสงสาร…คยูฮยอน…ในเมื่อหนีไม่ได้ก็คิดเสียว่าคนที่กระทำอยู่เป็นคยูฮยอนซะ…ไม่แน่ ความเจ็บร้าวเหล่านี้อาจจะหายไปก็ได้…..หากเป็นคยูฮยอนที่เขารัก
“คยูฮยอน~~” เสียงครางหวานเรียกชื่อของคนๆหนึ่งออกมาแผ่วเบา แต่ไม่เบาพอเพราะร่างสูงนั้นก็ได้ยิน
“มองดูให้ดีแจจุงว่านี่ใคร!! ลืมตาขึ้นมาเดี๋ยวนี้” โทสะประทุอีกครั้งเมื่อได้ยินร่างข้างใต้พร่ำเรียกชื่อของคนอื่นที่ไม่ใช่ชื่อตน…..รู้สึกราวกับว่าศักดิ์ศรีของตัวเองถูกทำลายลง แต่แรงอารมณ์ที่ถูกจุดทำให้ยุนโฮกระแทกกระทั้นแก่นกายเข้าไปเต็มแรง เริ่มต้นทำในสิ่งที่ตนเองต้องการ โดยไม่สนใจว่าร่างข้างใต้จะบอบช้ำแค่ไหน
แจจุงที่ลืมตาขึ้นมาตาเสียงข่มขู่ เมื่อรู้ว่าไม่อาจหลอกตัวเองว่าร่างสูงที่ล่วงล้ำเค้าคือคยูฮยอนได้อีกต่อไป รวมถึงการกระทำรุนแรงที่ยุนโฮทำมา ทำให้เสียงกรีดร้องที่เคยเก็บเอาไว้ดังระงมไปทั่วห้อง ทั้งก่นด่า ทั้งอ้อนวอน ขอร้อง…แต่ไม่เกิดผล จนทุกสิ่งทุกอย่างจบลงพร้อมกับสติที่หายไปจากร่างบาง….
รวมทั้งความรู้สึกบางอย่าง ที่กำลังก่อตัวขึ้น…ก็หายไปด้วย
ยุนโฮค่อยๆ ถอนกายออกมาจากร่างที่ไร้สติ ลุกขึ้นยืนมองร่องรอยที่เค้าได้กระทำขึ้น…..แล้วรู้สึกเสียใจ ทีแรกเค้าตั้งใจที่จะแกล้งสั่งสอนร่างบางนิดหน่อยเท่านั้น แต่กลับกลายเป็นว่าตัวเค้าเองที่หลงไหลในรูปกายและความหอมหวานของเรือนร่างนี้เข้าเต็มๆ นิ่งเมื่อร่างข้างใต้เรียกชื่อชายอื่นอกมาแบบนี้ ทำให้เขาอดที่จะหวงไม่ได้….. ภาพเบื้องหน้า….ขาขาวที่เกรอะกรังไปด้วยเลือด……ผิวเนียนที่มีแต่รอยจูบตามอารมณ์ร้อนที่เกิดขึ้น……ใบหน้าที่เต็มไปด้วน้ำตาแถมใบหน้าอีกแถบยังบวมแดงชัดเจนกว่าเมื่อครู่ เพราะโดนกระแทกที่หัวเตียงไปเต็มๆ
“ ขอโทษ ” ยุนโฮทำได้แค่เพียวพึมพำเบา ๆ เรียวนิ้วยาวเกลี่ยเส้นผมที่ปรกใบหน้าของคนที่หมดสติไปออกช้าๆ แล้วจ้องมองอยู่นานก่อนเลื่อนไปปาดน้ำตาที่ยังปริ่มอยู่หางตาทิ้ง แกะข็มขัดที่พันธนาการมือคู่สวยจนเป็นรอยช้ำออก แล้วจัดแจงเช็ดตัว เมื่อเช็ดตัวเสร็จเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเหลืองนวลถูกสวมใส่ให้ร่างบางเพื่อปกปิดรอยจ้ำแดงสีแดงเข้ม ที่ถูกระบายขึ้นทั่วเรือนร่าง แล้วถึงจะเดินเข้าห้องน้ำไปชำระร่างกายตัวเอง
หลังจากที่ยุนโฮคล้อยหลังเข้าห้องน้ำแจจุงที่จริงๆ แล้วฟื้นมาได้ซักพักตั้งแต่ตอนที่ยุนโฮใส่เสื้อผ้าให้ก็ยันกายขึ้นมาพลางมองไปรอบๆห้อง เค้าไม่กล้าที่จะลืมตาขึ้นมาในตอนแรกเพราะกลัวที่จะเกิดเหตุการณ์อย่างเมื่อครู่ขึ้นมาอีก
‘ไอบ้านั่นไม่อยู่แล้ว ’ คิ้วสวยขมวด ริมฝีปากเม้มสนิทด้วยความโมโห
พอรู้เพียงว่าร่างสูงไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้วก็รีบลากสังขารตัวเองออกจากห้องนั้นไปอย่างยากลำบากในทันที
“โอ้ย!!” เพียงแค่ตั้งท่าจะลุกออกจากเตียง ใบหน้าสวยกลับนิ่วงอด้วความเจ็บปวด แต่ก็กัดฟันฝืนลุกขึ้นใส่กางเกงแล้วออกไปจากที่ตรงนั้นจนได้
“ โอ้ย!! เจ็บชมัด ” สองมือพยายามใช้กำแพงเป็นที่พยุงตัว จนสามารถพาตัวเองลงลิฟท์และเดินมายังหน้าคอนโด ร่างบางเรียก taxi เพื่อที่จะกลับบ้านแต่…
“ อ๊ะ!! ” แจจุงนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้เอากระเป๋าสตางค์มา….สงสัยคงอยู่ที่ห้องไอบ้านั่นแน่ๆ…..ช่างมันไปหาจุนซูก่อนก็ได้วะ เมื่อก้าวขึ้นไปนั่งบน taxi บอกจุดหมายที่ต้องการจะไปแล้ว ร่างบางก็ยกข้อมือสวยที่บัดนี้มีแต่ร่องรอยพกช้ำเต็มไปหมดขึ้นมามองด้วยสายตาเหม่อลอย…..หยดน้ำตาร่วงรินพลางคิดในใจว่า
‘ชาตินี้อย่าให้ได้เจอคนอย่างนายอีกเลย!!’ ทางด้านยุนโฮ เมื่อออกจากห้องน้ำเค้าก็เริ่มหัวเสียขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อไม่เห็นร่างบางอยู่ในที่ที่ควรอยู่…..เตียงนอนว่างปล่าว มีเพียงร่องรอยยับย่นของผ้าปูและคราบเลือดสีคล้ำที่เปรอะอยู่เป็นจุดๆ
“ รู้งี้จับล่ามไว้ซะก็ดี ” แต่ก็ต้องคลายสีหน้าลงเมื่อมองไปเห็นกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือของร่างบางที่เค้าหยิบออกมาจากกางเกงเมื่อคืนนี้ร่างสูงแทบจะพุ่งเข้าไปหยิบกระเป๋าใบดังกล่าว ก่อนจะรีบตั้งหน้าตั้งตาค้นบัตรในนั้น…..
“อย่าคิดว่าจะหนีชั้นพ้น คิม แจจุง !!”
To be con.
http://my.dek-d.com/cooolza/story/view.php?id=329035
edit @ 23 Jan 2008 14:19:35 by #:hina_CoolZa:#